วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงานเรื่องตุ๊กตาและดอกไม้จากเปลือกข้าวโพด




ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน

1.ได้ฝึกการทำงานแบ่งทีม รู้จักหน้าที่ของตนเองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
2.ได้ความรู้เกี่ยวกับข้าวโพดว่าข้าวโพดนั้นแท้จริงแล้วมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง 
3.รู้จักการนำทรัพยากรหรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วมาปรับปรุงใหม่ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เช่น เปลือกข้าวโพดแทนที่จะปล่อยให้เน่าเสียแล้วทิ้งไป เราสามารถนำมาตากแห้งและใช้ทำเป็นตุ๊กตาได้
4.รู้จักการคิดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆให้น่าสนใจและสวยงาม และ สามารถนำไปใช้งานได้จริง
5.ได้ฝึกการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยการทำตุ๊กตาและดอกไม้จากเปลือกข้าวโพด และ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองเป็นอาชีพเสริมได้






วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3 Safari


Safari

วิธีที่ดีที่สุดในการท่องโลกกว้าง



       เบราเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับ Mac ก็คือเบราเซอร์ที่มาพร้อมกับ Mac ของคุณ Safari ทำงานได้เร็วกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าเบราเซอร์อื่นๆ ดังนั้น เว็บไซต์ต่างๆ ก็จะตอบสนองได้ดีขึ้น และแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คก็จะหมดช้าลง คุณสมบัติด้านความเป็นส่วนตัวในแอพก็จะเข้มงวดกว่าที่เคย เบราเซอร์ของเราจะทำงานร่วมกับ iCloud เพื่อให้สามารถท่องเว็บได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์เครื่องไหนก็ตาม แถมยังมีวิธีดีๆ ให้ได้ค้นหา และแชร์สิ่งต่างๆ ที่ชื่นชอบ เมื่อผสานทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ท่องเว็บอันสมบูรณ์แบบที่หาไม่ได้จากเบราเซอร์อื่นๆ

ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานกว่า ประสิทธิภาพที่เร็วยิ่งขึ้น

ด้วยเอนจิ้น JavaScript ที่เร็วสุดขีด และเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน Safari คือวิธีที่รวดเร็วและเพลิดเพลินยิ่งกว่าในการท่องเว็บ  ท่องเว็บได้นานขึ้น ดูได้มากกว่า


 การท่องเว็บด้วย Safari นั้นไม่เพียงแค่เร็วเหลือเชื่อ แต่ยังประหยัดพลังงานได้มากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่า Safari ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทรงพลังใน Mac ได้อย่างเต็มพิกัด โดยเว็บไซต์จะตอบสนองได้รวดเร็ว ทันใจมากขึ้น และคุณก็จะสามารถท่องเว็บได้นานขึ้น 2 ชั่วโมง1 เมื่อเทียบกับการท่องเว็บด้วย Chrome และ Firefox  แล้วจะพบว่าการท่องเว็บด้วย Safari นั้นเร็วอย่างเหลือเชื่อ ด้วยการปรับปรุงเอนจิ้น JavaScript สุดล้ำที่ช่วยให้เว็บไซต์และเว็บแอพพลิเคชั่นทำงาน
ได้รวดเร็วกว่าที่เคย




ปกป้องทั้งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยขณะออนไลน์

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณตั้งความหวังไว้ว่าอยากจะมี แต่เป็นสิ่งที่ควรต้องมีให้ได้ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เราใส่คุณสมบัติการรักษาความเป็นส่วนตัวและปกป้อง Mac เอาไว้ใน Safari ด้วย ยกตัวอย่างเช่น Safari คือเบราเซอร์เพียงหนึ่งเดียวที่ให้เลือกใช้งาน DuckDuckGo เสิร์ชเอนจิ้นที่จะไม่ติดตามการใช้งาน

หน้าต่างท่องเว็บที่เป็นส่วนตัว

เมื่อคุณเลือก Private Browsing ท่องเว็บแบบเป็นส่วนตัว Safari ก็จะไม่จดจำเพจที่คุณเข้าชม ประวัติการค้นหา หรือแม้แต่ข้อมูลส่วนตัวของคุณใน AutoFill แต่ละแท็บในหน้าต่าง Private Browsing จะถูกแยกจากแท็บอื่นๆ ดังนั้นเว็บที่คุณดูในแท็บหนึ่งจะไม่สามารถเห็นคุกกี้ของคุณจากเว็บไซต์ในอีกแท็บหนึ่งได้ จึงป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ที่คุณล็อกอินเข้าไปติดตาม
การใช้งานของคุณขณะท่องเว็บได้



                                    ปกป้องจากเว็บไซต์อันตราย 
Safari จะช่วยคุ้มครองคุณจากเว็บไซต์ที่หลอกลวงในอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์แอบแฝงอยู่ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเข้าชม โดยหากพบว่าเว็บไซต์นั้นดูน่าสงสัย Safari ก็จะป้องกันไม่ให้มีการโหลด
เว็บนั้นและแจ้งเตือนคุณทันที

การทำ Sandbox สำหรับเว็บไซต์

Sandboxing มาพร้อมระบบป้องกันโค้ดที่เป็นอันตรายและมัลแวร์ด้วยการจำกัดความสามารถในการทำงานของเว็บ และเพราะ Safari ทำงานบนเว็บเพจแบบแยกโปรเซส จึงทำให้โค้ดอันตรายที่คุณพบในหน้าหนึ่งถูกจำกัดไว้ในแท็บเบราเซอร์เพียงแท็บเดียวโดยไม่สามารถทำให้เบราเซอร์หยุดทำงานทั้งหมด หรือเข้าถึงข้อมูลของคุณได้

ท่องเว็บได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะใช้เครื่องนี้หรือเครื่องนั้น
Safari ไม่ได้มาเฉพาะกับ Mac เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับ iPhone, iPad และ iPod touch ทุกเครื่องเช่นกัน และด้วย iCloud ที่ให้คุณสามารถอัพเดทรหัสผ่าน ที่คั่นหน้าเว็บ แท็บที่เปิดไว้ และรายการอ่านหรือ Reading List ให้ตรงกันได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะใช้งานเครื่องไหนก็ตาม











วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2


1.เว็บเบราเซอร์ (Web browser)หมายถึงอะไร ?
        เว็บเบราว์เซอร์ (web browserเบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ
  2.การทำงานของเว็บเบราเซอร์
   หน้าที่ของเว็บเบราเซอร์ คือการแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทำให้ด้วยโครงสร้างของ Hypertex Markup Language (HTML) ปัจจุบันความสามารถภายในตัวของเว็บเบราเซอร์มีมากมายเช่น การแสดงรูปภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, ดนตรี, เสียง, ภาพวีดีโอ และการซื้อ-ขายผ่านเว็บเบราเซอร์ กราฟฟิกเว็บเบราเซอร์ (Graphic Web Browser) ได้แก่ Microsoft Internet Explorer, Netscape

                                      
                                         หลักการทำงานของเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)

      หลักการทำงานของเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)นเว็บเบราเซอร์แต่ละตัวมีความสามารถในการแปล (Interpreter) ความหมายว่าเว็บเบราเซอร์จะทำการแปลเอกสาร HTML ทีละบรรทัดแล้วแสดงผลการแปลต่างๆ ออกมานอกจากนั้นเว็บเบราเซอร์ จะทำการแปลรหัสโปรแกรมต่างๆ เช่น Java Script, VBScript, หรือ Java ให้เป็นเอ๊กซีคิวต์เบิลโมดู (Executable Module) แล้วส่งให้ทำงานอยู่ภายในเว็บเบราเซอร์นั้น เป็นการขยายความสามารถของเบราเซอร์ที่เราเรียกว่า เอ๊กซีคิวต์เทเบิลโมดูล, ปลั๊กอิน (Plug-In) หรือเรียกว่า เธริ์ดปาร์ตี้ (Third Party) ก็ได้ 

ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้แก่
  1. Macromedia Flash & Shockwave
  2. Adobe Acrobat
  3. Apple QuickTime
  4. Macromedia Flash & Shockwave
  5. Real Player
  

  3.ตัวอย่างเว็บเบราเซอร์มา 3 โปรแกรม



    



Mozilla Firefox







Google chrome





Safari

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 1


อินเทอร์เน็ต หมายถึงอะไร ?

อินเทอร์เน็ต(Internet) คือ เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายขนาดเล็กมากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวทั้งโลก หรือเครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย สำหรับคำว่าinternet หากแยกศัพท์จะได้มา 2 คำ คือ คำว่า Inter และคำว่า net ซึ่ง Inter หมายถึงระหว่าง หรือท่ามกลาง และคำว่าNet มาจากคำว่า Network หรือเครือข่าย เมื่อนำความหมายของทั้ง 2 คำมารวมกัน จึงแปลว่า การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย IP (Internet protocal) Address คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อกันใน internet ต้องมี IP ประจำเครื่อง ซึ่งIP นี้มีผู้รับผิดชอบคือ IANA (Internet assigned number authority) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ควบคุมดูแล IPV4 ทั่วโลก เป็น Public address ที่ไม่ซ้ำกันเลยในโลกใบนี้ การดูแลจะแยกออกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ สำหรับทวีปเอเชียคือAPNIC (Asia pacific network information center) แต่การขอ IP address ตรง ๆ จาก APNIC ดูจะไม่เหมาะนัก เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เชื่อมต่อด้วย Router ซึ่งทำหน้าที่บอกเส้นทาง ถ้าท่านมีเครือข่ายของตนเองที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็ควรขอ IP address จาก ISP (Internet Service Provider) เพื่อขอเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน ISP และผู้ให้บริการก็จะคิดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อตามความเร็วที่ท่านต้องการ เรียกว่า Bandwidth เช่น 2Mbps แต่ถ้าท่านอยู่ตามบ้าน และใช้สายโทรศัพท์พื้นฐาน ก็จะได้ความเร็วในปัจจุบันไม่เกิน 56 Kbps ซึ่งเป็น speedของ MODEM ในปัจจุบัน









ประวัติความเป็นมาอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อปีพ.ศ.2530(ค.ศ.1987) โดยการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย  ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ (Dial-up line) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เสถียร จนกระทั่ง ธันวาคม ปีพ.ศ.2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย 6 แห่ง เข้าด้วยกัน (Chula, Thammasat, AIT, Prince of Songkla, Kasetsart and NECTEC) โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่า ไทยสาร และขยายออกไปในวงการศึกษา หรือไม่ก็การวิจัย การขยายตัวเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2537 มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมถึง 27 สถาบัน และความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตของเอกชนมีมากขึ้น การสื่อสารแห่งประเทศไทย  เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน สามารถเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP - Internet Service Provider) และเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป สามารถเชื่อมต่อ Internetผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย